Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รู้รอบโลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รู้รอบโลก แสดงบทความทั้งหมด

สุดยอดโรงแรมแปลกทั่วโลก 10 แห่ง

10 อันดับ สุดยอดโรงแรมแปลกทั่วโลก

ถ้า คุณกำลังเจอปัญหากับบริการเดิมๆ การตกแต่งหรือตึกหน้าตาเดิมๆเวลาไปพักผ่อนตามโรงแรมต่างๆ โรงแรม 10 อันดับ ต่อไปนี้คือที่ๆเราขอแนะนำแบบสุดๆสำหรับนักท่องเที่ยวแบบคุณ แต่ละที่จะมีการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร คุณจะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่แน่นอน นี่คือ 10 อันดับ สุดยอดโรงแรมแปลกทั่วโลก


อันดับ 10 Wagon Stays.



อีก หนึ่งที่พักที่น่าสนใจในนิวซีแลนด์อยู่ที่เมือง Christchurch แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า คุณสามารถพักอยู่บนรถม้าที่มีพร้อมทั้งห้องน้ำ ห้องครัว และทีวีดาวเทียม โรงแรมนี้ให้บรรยากาศที่พักบนรถม้าที่ผสมกับความทันสมัยอย่างลงตัว เพื่อความสุขของแขกที่มาพักทุกคน

อันดับ 9 Out ‘n’ About Treesort & Treehouse Institute



เพียง แค่ออกจากเมือง Cave Junction, Oregon มานิดเดียว โรงแรมนี้เสนอบ้านพักสุดหรูที่คุณฝันไว้ในวัยเด็กเพียง 18 หลัง แต่ละหลังมีทั้งห้องน้ำและตู้เย็น บางหลังสูงจากพื้นดินถึง 300 ฟุต ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพักผ่อนสบายในวันหยุดบนบ้านต้นไม้อีกแล้ว

อันดับ 8 Hobbit Motel



โรงแรม Hobbit นี้ตั้งอยู่ที่ Woodlyn Park นิวซีแลนด์ โดยเหมือนกับบ้านที่เหล่า Hobbit จากเรื่อง Lord of The Rings อยู่ คุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสงบสุขของเหล่าฮอบบิทในนิยายยอดฮิตของ J.R.R. Tolkien ได้ที่นี่

อันดับ 7 Cappadocia Hotel



สำหรับ โรงแรมนี้ก็ยังคงอยู่ที่ตรุกีเช่นกัน โรงแรมนี้สร้างโดยการขุดเข้าไปบนหน้าผาของภูเขา Yunak Evleri ห้องพักแต่ละห้องออกแบบมาเป็นถ้ำเหมือนในการ์ตูนฟลิ้นสโตน โรงแรมนี้สร้างเสร็จพร้อมกับห้องพักจำนวน 30 ห้องที่พาคุณกลับไปสัมผัสบรรยากาศสมัยยุค 1400 - 1500 ปีก่อน

อันดับ 6 Marmara Antalya



ด้วย การผสมผสานระหว่างตุรกีและยุโรป โรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Antalya ตุรกี โรงแรมนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวที่สวยงาม การดีไซน์ที่ลงตัว และการบริการที่อบอุ่น จุดเด่นเหนืออื่นใดของโรงแรมนี้ก็คือ ทุกๆห้องพักจะหมุนไปเรื่อยๆแบบช้าๆ เพื่อให้สามารถซึบซับกับวิวสวยงามได้แบบ 360 องศา

อันดับ 5 Hotel Everland



ที่ นี่น่าจะเป็นที่สุดหรูเพียงแห่งเดียวที่คุณคิดถึง เพราะโรงแรมนี้มีเพียงห้องเดียว ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของพิพิธภัณฑ์ Palais de Tokyo โดยในโรงแรมจะมีทั้งห้องน้ำ เตียงขนาดคิงไซส์และเล้าจ์ พร้อมวิวสุดสวยของเมืองปารีส Seine และหอไอเฟลที่ประดับไฟสวยงามยามค่ำคืน คุณสามารถจองที่พักที่นี่ผ่านทางเวบไซต์ โดยจะสุ่มเวลาเปิดให้จองเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

อันดับ 4 Dog Bark Park



โรงแรม ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนที่รักสุนัขแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมือง Cottonwood รัฐ Idaho ด้วยรูปร่างของโรงแรมที่ถอดแบบมาจากเจ้าสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล แขกที่มาพัก สามารถเข้าไปในตัวเจ้าบีเกิ้ลนี้จากทางเข้าที่อยู่ตรงระเบียงชั้น 2 การตกแต่งภายในนั้นออกแบบมาให้ลงตัวกับรูปแบบของโรงแรมนี้โดยเฉพาะ

อันดับ 3 The Harbour Crane



โรงแรม นี้ตั้งอยู่ที่เมือง Harlingen ห่างจากเมือง Amsterdam เพียง 1 ชั่วโมง โดยห้องพักของคุณจะลอยอยู่เหนือพื้นสูงขึ้นไปบนห้องควบคุมเครนขนาดยักษ์ และคุณยังสามารถควบคุมเครนนี้ได้ทุกอย่างจากภายในห้องพักของคุณ

2 The Daspark hotel



ที่ นี่อาจจะดูไม่สะดวกสบายนัก แต่โรงแรม Daspark คือการปฏิวัติรูปแบบที่พักใหม่ที่ผู้คนมากมายเริ่มชื่นชอบ โรงแรมนี้มีอยู่ที่เมือง Ottensheim ประเทศ Austria ห้องพักของที่นี่สร้างจากท่อระบายน้ำขนาด 10 ตัน และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 ฟุต ให้คุณได้พักผ่อน

อันดับ 1 The Giraffe Manor



โรงแรม Giraffe Manor คือโรงแรมสุดหรูและพิเศษสุด ตั้งอยู่นอกเมืองไนโรบิ เมืองหลวงของประเทศเคนย่า จุดเด่นของที่นี่ก็คือ มันตั้งอยู่กลางฝูงยีราฟนั่นเอง คุณสามารถดื่มด่ำกับการทานอาหารพร้อมกับหลบคอที่ยืดยาวของยีราฟที่ยื่นเข้า มา และจากเว็บไซต์ของโรงแรม ที่นี่คงเป็นที่เดียวในโลกที่คุณสามารถให้อาหารและถ่ายรูปยีราฟได้จากโต๊ะ อาหารเช้าและหน้าห้องพักของคุณ

มดคันไฟ invicta พิษร้าย! กัดต่อยถึงตาย 3

พิษของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟ invicta ยังมีพิษร้ายแรง เหล็กในจากมดชนิดนี้มีพิษสะสม ทำให้เกิดอาการไหม้และคันอย่างรุนแรง พิษจะออกฤทธิ์อยู่นานเป็นชั่วโมง และเป็นเม็ดตุ่มพองซึ่งกลายเป็นหนองสีขาว เมื่อตุ่มหนองนี้แตกก็สามารถมีแบคทีเรีย เข้าไปและเป็นแผลเป็น บางคนที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงจะก่อให้เกิดอาการหมดสติและเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ มดคันไฟ invicta มีความก้าวร้าวสูงมาก เมื่อมันต่อยจะฉีดสารพิษกลุ่ม alkaloid ทำให้เนื้อเยื่อตาย มีรายงานว่า ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกามีประชาชนประมาณ 25,000 คน ที่ต้องหาหมอเพื่อรักษาจากการโดนต่อยของมดชนิดนี้ และด้วยวิธีการโจมตีเหยื่อแบบรุมต่อยเป็นร้อยๆ ตัว ทำให้เหยื่อที่มีขนาดไม่ใหญ่มากได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสาหัส หรือเสียชีวิตได้เลย

มดคันไฟ invicta กับผลกระทบต่อระบบนิเวศ

มดคันไฟ invicta สามารถปรับตัวและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จนประเทศที่มีการระบาดของ มดคันไฟ invicta ต้องมีการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยขึ้นมา เพื่อยับยั้งการขยายพันธุ์ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่โดนต่อย และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการกัดกินพืชผักต่างๆ

ทั้งนี้ มดคันไฟ invicta ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก เนื่องจากมดชนิดนี้มีจำนวนมาก ชอบรุกราน ชอบทำลายอย่างมาก และยังไม่มีศัตรูทางธรรมชาติที่จะกำจัดมดชนิดนี้ออกไปได้ จึงทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพวกมันจะเข้าโจมตีไข่นก และสัตว์เลื้อยคลานที่อายุน้อยจำนวนมาก และในพื้นที่ที่มีมดชนิดนี้สูงมากจะเข้าทำลายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น พวกสัตว์ฟันแทะ และยังล่ากลุ่มผึ้งที่หากินเดี่ยวๆ ด้วย

ในสหรัฐอเมริกา มดคันไฟ invicta สร้างความเสียหายทางการเกษตรได้ในวงกว้าง ด้วยการเข้าไปทำลายระบบรากของพืช เช่น ถั่วเหลือง พืชตระกูลส้ม ข้าวโพด กะหล่ำ มันฝรั่ง ถั่วลิสง ทานตะวัน ข้าวฟ่าง มะเขือ ถั่วเขียว เป็นต้น และทำความเสียหายในเครื่องมือการเกษตร สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า พื้นที่สาธารณะ อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ ปัจจุบัน มดชนิดนี้สร้างความเสียหายมาก กว่า 320 ล้านเอเคอร์ ใน 12 รัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโก

อย่างไรก็ตาม ในอเมริกา มดคันไฟ invicta เป็นตัวห้ำหั่นที่ดีเยี่ยมในธรรมชาติ และเป็นการควบคุมทางชีววิธีสำหรับศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะต้นอ้อย มวนที่เป็นศัตรูข้าว แมลงหางหนีบ เพลี้ยอ่อน ด้วงงวง หนอนคืบถั่วเหลือง หนอนกินใบฝ้าย ต่อสน แต่มดชนิดนี้ก็ยังเป็นตัวทำลายแมลงพวกผสมเกสร เช่น ผึ้งที่สร้างรังใต้ดิน และยังกินเมล็ด ใบ ราก เปลือก น้ำหวาน น้ำเลี้ยง เชื้อรา และมูลต่างๆ เป็นอาหารด้วย ซึ่งจะสร้างมูลค่าความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเกษตรนับพันล้านบาทต่อปี

ประโยชน์ของ มดคันไฟ invicta

ถึงแม้ มดคันไฟ invicta จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างมหาศาล แต่มดชนิดนี้ก็มีประโยชน์ในการกำจัดศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะต้นอ้อย มวนที่เป็นศัตรูข้าว แมลงหางหนีบ เพลี้ยอ่อน ด้วงงวง หนอนคืบถั่วเหลือง หนอนกินใบฝ้าย ต่อสน เป็นต้น

อ่านเริ่มต้นเรื่องใหม่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

มดคันไฟ invicta พิษร้าย! กัดต่อยถึงตาย 2

ลักษณะของ มดคันไฟ invicta

สำหรับรูปร่างหน้าตาภายนอกของ มดคันไฟ invicta แทบจะไม่มีความแตกต่างจากมดคันไฟที่พบเห็นในประเทศไทย แต่จะมีผิวลำตัวเรียบและสดใสกว่า และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีฟันตรงกลางริมฝีปากบน ซึ่งส่วนใหญ่จะมองด้วยตาเปล่าไม่ค่อยเห็น ต้องอาศัยแว่นขยายช่วย

ถิ่นกำเนิด ของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟ invicta มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้แพร่กระจายไปเกือบทั่วโลก และเริ่มขยายพันธุ์เข้ามาในเอเชียเมื่อ 2- 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบในไต้หวัน ฮ่องกง เป็นที่แรกๆ และคาดว่าจะเข้ามาสู่ประเทศไทยในไม่ช้า

ถิ่นอาศัย ของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟ invicta ชอบสร้างถิ่นอาศัยบริเวณที่มีน้ำไหลเวียน มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 550 มิลลิเมตรต่อปี อาทิ พื้นที่การเกษตร สวนป่า ทุ่งหญ้า ฝั่งแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งทะเล ทะเลทราย และสนามกอล์ฟ มักสร้างถิ่นอาศัยแบบเป็นรังหรือเป็นจอมโดยใช้มูลดิน ซึ่งจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 เมตร ความสูงประมาณ 4 - 24 นิ้ว ส่วนมดคันไฟที่มีอยู่ในไทยจะสร้างรังเรียบๆ กับพื้น ไม่มีจอม และมีจำนวนประชากรมากถึง 500,000 ตัวต่อรัง ขณะที่มดคันไฟธรรมดาจะมีเพียง 10,000 ตัวต่อรัง


อ่านต่อ

อ่านเริ่มต้นเรื่อง


มดคันไฟ invicta พิษร้าย! กัดต่อยถึงตาย 1

invicta




สรุปข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก myrmecos.wordpress.com, wikipedia.org, cisr.ucr.edu

จาก ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการแพร่ขยายพันธุ์ของแมลงและมดเพิ่มมาก ขึ้น และในขณะนี้มีมดคันไฟตัวใหม่สายพันธุ์ใหม่ invicta หรือที่เรียกๆ กันว่า มดคันไฟ อินวิคต้า (Solenopsis invicta) เกิดขึ้นในโลกเรา ซึ่ง รศ.ดร.เดชา วิวัฒน์วิทยา แห่งภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ มดคันไฟ invicta หรือ มดคันไฟ อินวิคต้า ดังนี้ …

ชื่อวิทยาศาสตร์ ของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟอินวิคต้า หรือ Red imported fire ant มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solenopsis saevissima wagneri อยู่ในวงศ์ Formicidae (Solenopsis invicta) ถูกตีพิมพ์โดยบูเรน(Buren) ในปี ค.ศ. 1972 เป็นชื่อรองหรือ ชื่อตั้งสงวนไว้(nomen protectum) เนื่องจากความจริงแล้วชื่อแรกของมดชนิดนี้ คือ Solenopsis saevissima wagneri ถูกตั้งโดยแซนต์ชิ (Santschi) ในปี ค.ศ. 1916 ซึ่งกลายเป็น ชื่อตั้งไม่นิยม เพราะมีเอกสารมากกว่าพันฉบับที่ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ invicta ก่อนที่จะมีคนค้นพบว่าเป็นชื่อพ้อง และในปี ค.ศ. 2001 ICZN บังคับให้ invicta เป็นลำดับเหนือกว่า wagneri

อ่านต่อ

ส้วมที่เมืองจีน

ขอยืมบทความมาจากที่นี่นะครับ เห็นว่าน่าสนใจดีครับ

http://www.tonkeian.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=228180&Ntype=2


ส้วมที่เมืองจีน

ร.ศ.สมพร ชินโนรส*

ผู้ เขียนได้ยินกิตติศัพท์เรื่องส้วมที่เมืองจีนมานาน คราวนี้จะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ้วใจ่โกว ที่เมืองจีน สงสัยจะได้ประสบการณ์เรื่องส้วมเป็นแน่แท้ วันแรกที่ไปถึงไกด์จีนได้พรรณนาเรื่องส้วมให้ฟังว่า ส้วมที่เมืองจีนมีหลายแบบ บางแบบผู้ใช้อาจต้องเผชิญกับภาพและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ก็ขอให้ผู้เขียนและคณะทำใจ เพราะประเทศจีนบางส่วนคนยังจนอยู่ จึงต้องมีส้วมแบบนั้น

เริ่ม ด้วยส้วมที่ภัตตาคาร ภัตตาคารนี้มีส้วมหลายห้อง แต่ละห้องมีฝาปิดมิดชิด ภายในห้องมีส้วมแบบนั่งยองๆ หรือแบบนั่งบนโถส้วม เมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็ใช้มือกดให้น้ำไหลออกมาชำระล้างสิ่งปฏิกูล พวกเราเดินทางไปชมศาลเจ้าสามก๊ก ส้วมที่ศาลเจ้าสะอาดตามมาตรฐานสากล ส้วมที่แหล่งอนุรักษ์หมีแพนด้าก็สะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น ประตูปิดมิดชิด และไม่เสียสตางค์ค่าเข้าส้วมค่ะ

ว่า ไปแล้วส้วมที่ภัตตาคาร ส้วมตามสถานที่ท่องเที่ยว และส้วมตามโรงแรมระดับ 4 ดาว 5 ดาวของจีนเป็นส้วมตามมาตรฐานสากล คือ เป็นส้วมที่เป็นห้อง แต่ละห้องมีประตูปิดมิดชิด คนข้างห้องไม่สามารถชะโงกหน้ามาดูคนอีกห้องหนึ่งได้ ภายในห้องส้วมสะอาด มีที่กดน้ำเพื่อชำระล้างโถส้วม บางแห่งใช้มือกด บางแห่งใช้เท้าเหยียบ และบางแห่งไม่ต้องกดเลย เพียงแต่ว่าเมื่ออุจจาระหรือปัสสาวะลงไปอยู่ในโถส้วมแล้ว จะมีน้ำไหลออกมาเอง และชำระสิ่งสกปรกที่อยู่ในโถส้วมจนหมด

บันทึกนักเดินทาง_แบบส้วมภาพที่ 1

ส้วม ที่อุทยานแห่งชาติจิ้วใจ่โกวนั้น high tech มากค่ะท่านผู้อ่าน อาจเป็นเพราะคนจีนให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมในจิ้วใจ่โกวมาก เขาจึงนำเทคโนโลยีขั้นสูงเรื่องส้วมมาใช้ ส้วมเหล่านี้ตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวของจิ้วใจ่โกว เช่น ใกล้น้ำตก หรือทะเลสาบ เป็นต้น เป็นส้วมถาวรหรือเป็นส้วมเคลื่อนที่ เมื่อคนเข้าไปในห้องส้อมที่ปิดมิดชิด นั่งบนโถส้วมที่มีถุงพลาสติกคลุมอยู่ และทำธุระส่วนตัว เช่น ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ เมื่อทำธุระเสร็จแล้วระบบกำจัดของเสียจะดูดของเสียเข้าไปในถุงพลาสติกเองโดย อัตโนมัติ และจะมีถุงพลาสติกใบใหม่ออกมาพร้อมบริการผู้ใช้ส้วมคนต่อไป

เห็น ไหมคะว่าส้วมที่จิ้วใจ่โกว high tech แค่ไหน เมืองไทยที่ว่าแน่เรื่องส้วมยังไม่มีส้วมแบบจิ้วใจ่โกวเลย ที่กล่าวมาเป็นเรื่องส้วมที่เมืองจีนซึ่งส่วนมากก็ไม่แตกต่างไปจากส้วมที่ เมืองไทย ลองมาดูส้วมที่เมืองจีนอีกมุมหนึ่งบ้างดีกว่านะคะท่านผู้อ่าน

ตาม ชนบทในเมืองจีนยังมีส้วมแบบที่คนจีนใช้ในชีวิตประจำวัน และพวกเรานักท่องเที่ยวก็จำต้องใช้ส้วมแบบเขาด้วย ก็มันปวดฉี่ ปวดอึ จะกลั้นเท่าไรก็กลั้นไม่ได้ เพราะเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร และหลายชั่วโมง จะหวังน้ำบ่อหน้า คือ ใช้ส้วมที่โรงแรมก็หวังไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงโรงแรมสักที ขนาดเตรียมตัวมาอย่างดี เช่น ดื่มน้ำน้อยลง รวมทั้งไม่ดื่มน้ำชาที่เขายกมาบริการ เพราะน้ำชาเป็นยาขับปัสสาวะค่ะ

ไกด์ ไทยบอกว่าในเมื่อต้องเข้าส้วมตามชนบทของจีน ขอให้เอายาหม่องหรือยาดมทาจมูก เพื่อจะได้ไม่ต้องดมกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาของส้วม ผู้เขียนทำตามคำแนะนำของคุณไกด์ไทย แต่กลิ่นส้วมบางแห่งก็โชยมากระทบจมูกอย่างจังเลยค่ะ

ก่อน จะเข้าส้วมต้องจ่ายค่าเข้าก่อนนะคะ บางแห่งจ่าย 1 หยวน บางแห่งจ่ายครึ่งหยวน 1 หยวนประมาณ 5 บาทไทย จ่ายเสร็จแล้วก็เข้าคิวผู้หญิงเข้าคิวหน้าห้องส้วมผู้หญิง ผู้ชายเข้าคิวหน้าห้องส้วมผู้ชาย

บันทึกนักเดินทาง_ส้วม

เมื่อ เข้าไปจะเห็นห้องส้วมเล็กๆหลายห้อง บางแห่งจะเป็นห้องส้วมมาตรฐาน คือ เป็นห้องส้วมที่ปิดมิดชิด มีประตู และมีกลอนประตู แต่ส่วนใหญ่จะไม่เป็นแบบนั้น คือ เป็นมาตรฐานแบบส้วมของจีน คือ แบ่งเป็นห้องส้วมเล็กๆหลายห้อง แต่ละห้องมีฝากั้น ฝากั้นนั้นสูงมิดหัวเมื่อนั่งทำธุระส่วนตัว แต่เมื่อยืนขึ้นจะเห็นคนในห้องข้างเคียง ถ้าตั้งใจจะดูคนในห้องข้างเคียงทำธุระส่วนตัว แต่ส่วนมากผู้เขียนไม่อยากดูหรอกค่ะ

ต่อ ไปก็เป็นประตูส้วม บางแห่งมีประตูส้วมและมีกลอนประตู แต่ส่วนใหญ่แม้ว่าจะมีกลอนประตู แต่กลอนประตูมักชำรุดใช้การไม่ได้ นอกจากนั้นบางแห่งไม่มีกลอนประตูด้วยซ้ำไป

พูด ถึงเรื่องประตูส้วม ส้วมบางแห่งมีฝากั้น 3 ด้าน ฝาด้านหน้าบางแห่งไม่มี บางแห่งมีฝาด้านหน้า แต่ก็มีฝาเพียงครึ่งเดียว ที่เหลือปล่อยว่างไว้เป็นทางเข้าออกส้วม

บันทึกนักเดินทาง_ส้วม
เข้าไปภายในส้วมเลยดีกว่าค่ะ บางแห่งมีโถส้วม แต่ส่วนมากไม่มีโถส้วม เขาใช้วิธีทำช่องว่างไว้ที่พื้นซีเมนต์ ช่องนั้นกว้าง x ยาว ประมาณ 8 นิ้วฟุต x 20 นิ้วฟุต ก็เปิดโล่งอย่างนี้ บางแห่งมีน้ำไหลชำระสิ่งปฏิกูลอยู่ตลอดเวลา เราก็มองไม่เห็นอะไร แต่บางแห่งอยู่ห่างไกลมาก แหล่งน้ำที่จะชำระสิ่งปฏิกูลก็ไม่มีหรือมีน้อย เราจึงเห็นอุจจาระกองอยู่ อย่าคิดอะไรมากมายเลยนะคะท่านผู้อ่าน ปวดฉี่จะแย่อยู่แล้ว รีบทำธุระเถอะ เสร็จแล้วก็ออกมานอกส้วม มารูดซิป หรือติดกระดุมกางเกงนอกส้วมดีกว่า

บันทึกนักเดินทาง_ส้วม บันทึกนักเดินทาง_ส้วม

มี ส้วมบางแห่ง เมื่อเข้าไปก็พบเพียงช่องว่างบนพื้นซีเมนต์เป็นระยะ นับได้ 3 ช่อง พวกเราคนไทยทุกคนต่างเมินห้องส้วมที่เป็นช่องว่างเหล่านี้ แต่ขอไปเข้าคิวเข้าห้องส้วมที่มีเพียงฝากั้น 3 ด้านและไม่มีประตู โถ! ก็คนไม่เคยจะให้ไปเปิดก้นขาวให้คนอื่นดูได้อย่างไรเล่าคะ ขนาดเป็นอย่างนี้ถ้าทำได้ ผู้เขียนก็ขอเข้าไปใช้ส้วมห้องในสุดเลยค่ะ เมื่อเสร็จธุระแล้วผู้เขียนก็เดินตัวตรงออกมาเลย ไอ้ที่จะมองซ้ายมองขวานั้นไม่มีหรอกค่ะ แหม! เราอาย คนอื่นเขาก็อายค่ะ อย่าไปมองเขาเลยนะคะ

ขอโทษด้วยนะคะท่านผู้อ่าน ที่เล่าเรื่องที่ไม่ควรเล่า แต่เรื่องอึ เรื่องฉี่นี่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนนะคะ เพราะฉะนั้นส้วมก็เป็นสิ่งจำเป็น ผู้เขียนเล่าเรื่องส้วมที่เมืองจีนเผื่อคนที่จะไปชนบทของจีนจะได้เตรียมตัว เตรียมใจไงคะ...สวัสดีค่ะ

กำแพงเมืองจีน

ชื่อสถานที่

กำแพงเมืองจีน
: Great Wall of China
สถานที่ตั้ง ประเทศจีน
ปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมได้

กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงอิฐยักษ์ เป็นกำแพงกั้นเมือง และกั้นประเทศทั้งประเทศ ตามพรมแดนด้านเหนือของจีน เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา หาที่ใดในโลกมาเปรียบ ไม่ได้อีกแล้ว มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร(10 ฟุต) ซึ่งทหารม้าเข้าแถวเรียง 8 ได้อย่างสบาย ๆ มีความสูง จากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร(20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) สูงพอที่จะไม่สามารถ ปีนข้ามไปได้ง่าย ๆ เดิมเชื่อว่ามีความยาว 2,550 ไมล์ ( 2,400 กิโลเมตร) บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 200 เมตร(300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และมีการสร้างต่อเติมอีกหลายกครั้ง ใช้แรงงานเกณฑ์จากราษฎรทั้งประเทศ นับจำนวนล้าน มีผู้เสียชีวิตนับพันนับหมื่น

เป็นสิ่งก่อสร้าง ชนิดเดียวในโลก ที่สามารถมองเห็น เมื่อมองจากดวงจันทร์ ในสมัยนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่ป้องกันข้าศึกได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันไม่มีความหมายในด้านป้องกันประเทศอีกแล้ว คงมีค่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก

http://www.wonder7th.com/greatwall02.jpg http://www.wonder7th.com/greatwall06.jpg

http://www.wonder7th.com/greatwall05.jpg http://www.wonder7th.com/greatwall07.gif

http://www.wonder7th.com/greatwall04.jpg

เกิดอะไรกันแน่ที่ “ทังกัสกา” ปริศนากว่าศตวรรษยังคงคาใจ??3

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ทะเลสาบ เชคโกซึ่งไม่เคยอยู่ในแผนที่ก่อนเกิดเหตุการณ์ทังกัสกาเลย และทีมสำรวจจากอิตาลีจะได้เข้าไปสำรวจในปีหน้า หลังข้อมูลเรดาร์ระบุมีวัตถุหนาแน่นอยู่ก้นทะเลสาบ (ภาพจากมหาวิทยาลัยโบลอกนา/บีบีซีนิวส์)

ส่วนหนึ่งของป่าทังกัสกาในปัจจุบันซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อ 100 ปีก่อน และยังคงเป็นที่สนใจ (ภาพจากบีบีซีนิวส์)

ภาพ บน (จากมหาวิทยาลับโบโลญญา) สภาพป่าทังกัสกาในปัจจุบัน ที่ยังคงเห็นต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดจากเหตุการณ์เมื่อ 100 ปีก่อน และภาพล่าง (จากบีบีซีนิวส์) กระท่อมที่กูลิกและคณะใช้พักระหว่างสำรวจสถานที่เกิดเหตุทังกัสกา


อ่านเริ่มต้นใหม่

เกิดอะไรกันแน่ที่ “ทังกัสกา” ปริศนากว่าศตวรรษยังคงคาใจ??2

กระทั่งเมื่อ 2470 ลีโอนิด กูลิก (Leonid Kulik) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุกกาบาตชาวรัสเซียได้นำทีมสำรวจพื้นที่เพื่อค้นหาร่องรอยที่เหลือ แต่เขาก็ล้มเหลวในการค้นหาหลุมที่เกิดจากการชน

หลังจากนั้นทีมสำรวจในอีก 33 ปีก็ยังคงล้มเหลวในการค้นหาหลุมอุกกาบาต นักวิทยาศาสตร์จึงเผชิญกับความลึกลับของเหตุการณ์ทังกัสกาที่สร้างความเสีย มากกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับไม่ทิ้งร่องรอยไว้

อีกทั้งเมื่อทศวรรษก่อน นักวิจัยหลายคนคาดเดาว่า อุกกาบาตที่พุ่งชนโลกนั้นน่าจะมีความกว้างราวๆ 30 เมตร และมีมวล 560,000 ตัน แต่การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ล่าสุดบ่งชี้ว่า อุกกาบาตที่เป็นสาเหตุของความเสียหายใหญ่โตนี้มีขนาดเล็กกว่าที่เคยคาดไว้ มาก

มาร์ก บอสลาฟ (Mark Boslough) นักฟิสิกส์จากห้องปฏิบัติการแซนเดียแห่งสหรัฐฯ ในอัลบูเคอร์คิว (Sandia National Laboratory in Albuquerque) นิวเม็กซิโก พร้อมด้วยคณะระบุว่า อุกกาบาตแห่งทังกัสกานี้น่าจะเล็กกว่าที่เคยคาด 3-4 เท่า และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เมตร

“เมื่อ อุกกาบาตระเบิดหลังจากพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก บอสลาฟและคณะคำนวณว่าจะเกิดก๊าซที่ร้อนยิ่งยวด และมีความเร็วเหนือเสียง ลูกไฟที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุของคลื่นระเบิดที่สร้างความเสียหายรุนแรงกว่าที่ เคยคิดกัน” สเปซดอตคอมรายงานสิ่งที่บอสลาฟและคณะคำนวณได้

บางทฤษฎีว่า การระเบิดในทุ่งทังกัสกานั้นน่าจะเกิดขึ้นจากใต้แผ่นดินนี่เอง โดยโวล์ฟกัง คุนด์ท (Wolfgang Kundt) นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยบอนน์ (University of Bonn) ในเยอรมนี และนักวิทยาศาสตร์บางส่วนแสดงความเห็นว่า เปลวไฟซึ่งสว่างถึงขั้นที่ชาวลอนดอน สามารถอ่านหนังสือในย่ามค่ำคืนได้อย่างสบายๆ นั้นน่าจะเกิดจากการปะทุของก๊าซธรรมชาติในคิมเบอร์ไลต์ (kimberlite) หินภูเขาไฟซึ่งรู้จักกันดีว่าบางครั้งเราอาจพบเพชรในหินชนิดนี้

“อาจ เกิดจากของเหลวภายในโลกซึ่งอยู่ลึกลงไป 3,000 กิโลเมตร ก๊าซธรรมชาติถูกกักเก็บไว้ในรูปของเหลว และเมื่อสัมผัสอากาศก็กลายเป็นก๊าซที่มีปริมาตรเพิ่มขึ้นเป็นพันเท่า แล้วเกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น” คุนด์ทกล่าว และเพื่อสนับสนุนแนวคิดนี้เขาได้อ้างถึงลักษณะของต้นไม้และสารเคมีที่ผิดปกติ

อีกทฤษฎีที่น่าสนใจซึ่งบีบีซีนิวส์รายงานไว้ คือ อุกกาบาตที่ถล่มทังกัสกาอาจเป็นชิ้นส่วนของดาวหางเองเค (Encke) ซึ่งสายธารฝุ่นของดาวหางดวงนี้ ทำให้เกิดฝนดาวตกเบตาทอริดส์ (Beta Taurids) ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.ของทุกปี และเป็นช่วงเดือนใกล้เคียงกับที่เหตุการณ์ทังกัสกา และหากมีหลุมขนาดใหญ่สักแห่งก็จะนำไปสู่ทฤษฎีใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ทังกัสกาได้

อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2550 จูเซปเป ลองโก (Giuseppe Longo) และคณะจากมหาวิทยาลัยโบโลญญา (University of Bologna) อิตาลี ระบุว่าพวกเขาอาจพบบางสิ่งที่กูลิกได้พลาดไปเมื่อหลายปีก่อน โดยทะเลสาบเชกโก (Lake Cheko) นั้นไม่เคยปรากฏอยู่ในแผนที่มาก่อนปีที่เกิดเหตุการณ์ทังกัสกาเลย อีกทั้งตำแหน่งของทะเลสาบยังอยู่กึ่งกลางทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่อุกกาบาตลึกลับตกสู่โลก

ตามข้อมูลจาก ดร.ลองโก ระบุว่า สัญญาณเรดาร์นั้นแสดงให้เห็นถึงวัตถุที่มีความหนาแน่นสูงอยู่ก้นทะเลสาบ โดยฝังลึกลงไป 10 เมตร ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของอุกกาบาตที่ถล่มทังกัสกา และทีมของเขาก็เตรียมทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวในปี 2552 เพื่อหาความเป็นไปได้ในข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ปัจจุบันมีข้อทฤษฎีต่อเหตุการณ์มาทังกัสกามากกว่า 20 ข้อ บ้างก็ว่ามาจากจานบินลึกลับ ปฏิสสาร วันสิ้นโลกและหลุมดำ แต่ก็ไม่มีทฤษฎีใดที่มีหลักฐานชี้ชัด ซึ่งเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จากทั่วรัสเซียก็ได้รวมตัวกันเพื่อถกเถียงเรื่องนี้ในการ ประชุมว่าด้วยเรื่องทังกัสกาโดยเฉพาะ และมีการใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์มากกว่าเทคนิคดั้งเดิม เพื่อหาสาเหตุที่ทำลายพื้นที่ไซบีเรียอันห่างไกล แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมา

อ่านต่อ
อ่านต้นเรื่องใหม่

เกิดอะไรกันแน่ที่ “ทังกัสกา” ปริศนากว่าศตวรรษยังคงคาใจ??

สภาพป่าทังกัสกาหลังถูก ลูกไฟเผาอย่างลึกลับซึ่งคณะสำรวจของกูลิกบันทึกไว้หลังเดินทางเข้าไปสำรวจ 19 ปีหลังจากเกิดเหตุ (ภาพจากไซน์เดลี)

ผ่านไป 100 ปี เหตุการณ์อุกกาบาตถล่มป่า “ทังกัสกา” ยังคงเป็นปริศนา และมีคำถามที่คาใจว่าวัตถุที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงนี้คืออะไร บ้างก็ตั้งคำถามวัตถุลึกลับดังกล่าวมาจากนอกโลกจริง หรือเป็นวัตถุที่ในโลกของเราเอง ขณะที่นักวิทย์อีกกลุ่มพบทะเลสาบที่เกิดขึ้นหลังเหตุอุกกาบาตถล่มโลก เตรียมสำรวจหาความเชื่อมโยงปีหน้า

ย้อนกลับไป 100 ปีก่อน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2451 เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับแม่น้ำพอดกาเมนนายา ทังกัสกา (Podkamennaya Tunguska River) ด้วยความรุนแรงที่สเปซดอตคอมระบุว่า เทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที 10-20 เมกะตัน เรียกได้ว่ารุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นกว่า 1,000 เท่าเลยทีเดียว และสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่โดยรอบ 2,150 ตารางกิโลเมตร

ตามรายงานของเอเอฟพี และสเปซเดลี ยังระบุอีกว่า อุกกาบาต มหาภัยนี้เผาผลาญต้นไม้ในป่าแถบไซบีเรียไป 80 ล้านต้น อีกทั้งยังทำให้เกิดความรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหว 5 ริกเตอร์ ซึ่งรับรู้ได้ไกลถึงประเทศอังกฤษเลยทีเดียว และเนื่องจากการหมุนของโลก หากอุกกาบาตนี้ตกช้าไป 4 ชั่วโมง 47 นาที จะทำให้เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก อดีตเมืองหลวงของรัสเซียตกเป็นเป้านิ่งและถูกทำลายอย่างย่อยยับทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการขนานนามตามชื่อแม่น้ำซึ่งอยู่ใกล้สถานที่ เกิดเหตุ ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลก แต่สถานการณ์การเมืองโลกตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 การปฏิวัติรัสเซียไปจนถึงสงครามกลางเมืองต่างๆ ก็ได้เบียดบังความสนใจชาวโลกให้ลืมมันไปเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว

อ่านต่อ

องค์หญิงยีหวาง พินดาริกา แห่งภูฏาน "นางฟ้าติดดิน"

องค์หญิงยีหวาง พินดาริกา แห่งภูฏาน
"นางฟ้าติดดิน"







ภาพจากรายการราตรีสโมสร >> ถ้าวันนั้นใครได้ดูรายการราตรีสโมสร จะรู้สึกเหมือนเรา พระองค์ เป็นกันเอง แล้วน่ารักมาก ไหว้ก็สวยด้วย หลงรักแบบเต็ม




ยี หมายถึงโชคดี หวาง หมายถึงพร ที่ให้โชคดี ยีหวางแปลว่า พรแห่งความโชคดี พินดาริกา คือดอกไม้ยามรุ่งอรุณ พระชันษา 21 ปี มีพระเชษฐภคินีหนึ่งพระองค์พระเชษฐาสองพระองค์ และพระขนิษฐาฝาแฝดอีก 1 พระองค์ องค์หญิงยีหวางเป็นพระธิดาของเจ้าหญิงเดกี้ เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 2 ของภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 และสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 ซึ่งเป็นพระราชบิดากษัตริย์ภูฏานองค์ปัจจุบัน เป็นพระราชปิตุลา (ลุง) ขององค์หญิง ดังนั้นองค์หญิงจึงเป็นพระญาติเรียงพี่เรียงน้องในกษัตริย์ภูฏานองค์ ปัจจุบัน

องค์หญิงยีหวางทรงเรียนวิชาด้านการสื่อสารมวลชนและ การสื่อสาร หรือที่บ้านเราเรียกศาสตร์เหล่านี้ว่านิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย) ที่มีสาขาอยู่หลายประเทศทั่วโลก สำหรับเมืองไทย มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ตั้งอยู่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนักศึกษาแต่ละเทอมไม่เท่ากันเนื่องจากว่าเป็นโรงเรียนนานาชาติ และสามารถโอนย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยนี้ในต่างประเทศได้ในทุกเทอม แต่สำหรับพระองค์หญิงแห่งภูฏาน พระองค์ทรงเลือกมาเรียนที่ประเทศไทย เนื่องจากเมืองไทยใกล้และมีลักษณะภูมิประเทศไม่แตกต่างจากบ้านเมืองของ พระองค์หญิงมากนัก

“ที่ เลือกมาเรียนที่ประเทศไทยเพราะว่าใกล้บ้าน รู้สึกว่าสามารถที่จะกลับบ้านได้บ่อยขึ้น สาเหตุที่มาเรียนที่เว็บสเตอร์ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ แล้วก็มีเพื่อนที่ 40 กว่าประเทศทั่วโลกในห้องเรียน ซึ่งฉันคิดว่าฉันมีโอกาสที่ดีมาก”

“ฉัน ชอบที่เงียบๆ เล็ก ๆเพราะว่าคล้ายที่ภูฏาน เพราะที่นั่นเล็กแล้วก็เงียบ หัวหินเป็นอะไรที่เล็กเงียบและสงบ ไม่วุ่นวาย แต่น้องฝาแฝดจะชอบเมืองใหญ่ เขาเลยเลือกไปเรียนที่แคนาดา เป็นคู่แฝดที่ต่างกันพอสมควร นัมเซ (namzay) ฝาแฝดของฉัน เป็นอะไรที่สนิทกันมาก ฉันรู้สึกดีมีอะไรที่พิเศษการที่มีพี่น้องฝาแฝด เหมือนมีเพื่อนอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกที่ห่างกันคิดถึงมาก แต่ตอนนี้ค่อนข้างชินแล้ว ปกติแล้วน้องฝาแฝดรู้จักประเทศไทยดี เพราะว่ามาเที่ยวประเทศไทย มาบ่อยมาก”

“ตอน มาเรียนที่นี่ ฉันไม่อยากให้เพื่อนทราบ แต่หลังๆ เพื่อนๆทราบก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนเพราะว่าเรียนนานาชาติทุกคนเท่ากันหมด ท่านแม่สอนให้ทำงานเองแต่เล็กๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีคนช่วยก็ตาม แล้วฉันก็ชอบที่จะทำอะไรด้วยตนเอง ท่านแม่ไม่ได้ตามใจ ปกติระวังเรื่องค่าใช้จ่ายและระวังเรื่องเงิน ไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายอยู่แล้ว อยู่อย่างง่ายๆ”


“สถานการณ์ ภาคใต้ หรือไข้หวัดระบาด ที่ทำให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยตกลง จริงๆแล้วที่นี่ปลอดภัยไม่ได้น่ากลัว ฉันเองอยู่ที่นี่ก็ยังไม่มีอะไร สงบสุขดี เรื่องที่สอง ประเทศไทยในแง่ของความเป็นคนไทย ซึ่งนิสัยดีมาก มีความอบอุ่น เป็นคนที่มีจิตใจงดงาม ด้านวัฒนธรรมก็คล้ายกับชาวภูฏาน เป็นเมืองพุทธเหมือนกัน อีกประการคือ พระมหากษัตริย์ของไทย เหมือนกับที่ภูฏาน เพราะรักประชาชนเหมือนกัน แล้วอยากเห็นประชาชนอยู่ดีมีสุข…”



ขอองค์หญิงจงทรงพระเจริญ