Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชิลชิล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชิลชิล แสดงบทความทั้งหมด

10 ข้อแทงใจคนมีกิ๊ก (โดนมั่กมาก)...เอาไว้ใช้ตามแต่โอกาสนะ อิอิอิอิอิ‏





ตากะยาย (อ่านนะน่ารักมากเลย)

โกรธกันได้บ่อยๆ ไม่แปลก
แต่แยกกันไม่ได้นะ




มีชาย-หญิงคู่
นึงแต่งงานอยู่ด้วยกัน
กระทั่งถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรกันเลยเชียวหล่ะ
ฝ่ายหญิงมีกล่องเก็บของอยู่ใบหนึ่งวางในตู้เสื้อผ้า
และกำชับแกมขอร้องสามีว่า
อย่าได้เปิดดูหรือถามใดใดทั้งสิ้น
ฝ่ายสามีก
ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน
ไม่เคยปริปากถามเรื่องกล่องใบนั้นอีกเลย


วันเวลาผ่านไปหลายสิบปี อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายหญิงป่วยมาก
หมอลงความเห็นว่าเธอคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่นานเธอจึง
ขอให้สามีช่วยไปหยิบกล่องใบนั้นจากตู้เสื้อผ้า
หลังจากที่ฝ่ายชายกลับมาพร้อมกับยื่นกล่องให้เธอ
เธอเปิดฝากล่องขึ้นมาพบว่ามี

ตุ๊กตาถักไหมพรม
กับเงินอีกจำนวนหนึ่ง (ประมาณว่า 10 ล้านบาท)
บรรจุอยู่ข้างใน


ฝ่ายหญิงเริ่มเอ่ย "ในวันแต่งงานของเรา
คุณย่าของฉันได้ให้บทเรียนสอนใจ
ท่านว่าครอบครัวสมรสเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยและอดทนให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ไว้เนื้อเชื่อ ใจ
มีความรักให้แก่กัน

และที่สำคัญคือมีความเข้าใจกัน
"เธอหยุดพูด
พร้อมกับยื่นมืออันแทบจะไร้เรี่ยวแรงลูบตุ๊กตาไหมพรมไปมา
"คุณย่าได้แนะเคล็ดลับให้ว่า

เมื่อใดที่ความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้น
หรือรู้สึกโกรธ
สามีมากๆ
ขึ้นมา ให้ถักตุ๊กตาไหมพรมเก็บไว้ 1 ตัวเสมอ"


ฝ่ายชายเหลือบมองเข้าไปในกล่อง
มีตุ๊กตาไหมพรม 2 ตัววางอยู่
เขาเบือนหน้าไปอีกทาง
เพื่อหลบหยดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ
เขารู้สึกซาบซึ้งน้ำใจของภรรยามีต่อเขาเป็นยิ่งนัก
ชีวิตสมรสที่ยาวนานกว่า 50 ปี

มีตุ๊กตาไหมพรมเพียง 2 ตัว
เท่านั้นแทนจำนวนครั้งที่ภรรยาได้โกรธเคืองเขา


หลังจากปาดคราบน้ำตาแล้ว เขาหันกลับมา
ฝ่ายภรรยาพูดต่อ

" เธอคงแปลกใจกับเงินก้อนนี้สินะ"

ฝ่ายหญิงหยิบมันขึ้นมา
แล้วพูดต่อว่า

"มันเป็นเงินที่ได้มาจากการทยอยขายตุ๊กตาไปทีละตัว ๆ ค่ะ"

โรคระบาดอันดับ 1 ของผู้หญิง

โรคระบาดอันดับ 1 ของผู้หญิง

"
โรคงอน" เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการ หน้างอ

และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ
แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง
ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม
ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย
โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้

สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก
ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
ต้องการความเอาใจใส่

หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว
ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ
หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ

หมายเหตุ
พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ จะปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง..

ลองนับดูนะเด็กเสื้อขาวที่อยู่ข้างหลังมีจุดที่เสื้อกี่จุด...

อย่าอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเกิน 90 นาที

อย่าอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเกิน 90 นาทีนะจ๊ะ
เรื่อง นี้เจอกับตัวเองเลย คือเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2552 (เมื่อวาน) เรากำลังเดินทางกลับบ้าน จากออฟฟิตที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินีไปสถานีบางซื่อ
ตอนก่อนเข้าไปใน สถานีรถไฟฟ้าเราก็โทรหาเพื่อน เพื่อนจะมาขายของที่สวนลุมไนท์ เราก็ถามว่าอยู่ไหนแล้ว เพื่อนบอกว่าอยู่สถานีคลองเตย เราเลยบอกว่าเรากำลังจะถึงสถานีลุมพินีแล้ว เดี๋ยวเจอกัน แบบว่ากะจะเจอกันคุยซัก 10-15 นาที เราเลยบอกเพื่อนว่าเอออยู่ในนั้นแหละ ไม่ต้องออกมาจากสถานีหรอก เพราะคุยกันแป๊บนึงเอง เราคุยกันในนั้นละกัน
เรา ก็แตะบัตรโดยสาร (ตั๋วเดือน) เข้าไปในสถานีประมาณ 19.30 น. ก็ไปเจอเพื่อนอ่ะนะ แบบว่าคุยไปคุยมาเพลินอ่ะ เม้าท์กระจาย ยืนคุยกันเกือบ ชม.ได้ 555555+++ เราก็บอกเออจะกลับบ้านแล้วนี่ 2 ทุ่มครึ่งแระ ให้เพื่อนไปเปิดร้านขายของต่อ

เราก็ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีลุมพินีมา สถานีบางซื่อ จะใช้เวลาประมาณ 30-35 นาที พอตอนแตะบัตรโดยสารออกก็ประมาณ 21.00 น. (คงเกิน 90 นาทีไปไม่นานหรอก) ประตูมันไม่เปิดให้อ่ะ เราเลยติดต่อเจ้าหน้าที่ เค้าแจ้งว่าเราอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าเกิน 90 นาที ต้องเสียค่าปรับ 41 บาท (ตามอัตราราคาค่าโดยสารสูงสุด) เราก็บอกว่าใช่เราอยู่ในนั้นเกิน 90 นาทีจริงเพราะแวะคุยกับเพื่อน แต่ไม่เห็นเคยได้รับข่าวสารจากทางรถไฟฟ้าเลยว่า ถ้าอยู่ในสถานี (คือในพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี แบบว่าไม่ได้แตะบัตรโดยสารออกน่ะ) เกิน 90 นาทีจะถูกปรับ
เค้าเลยบอกว่า มีโบชัวร์อยู่ แล้วก็หยิบมาให้เรา เราก็งงบอกว่าซื้อบัตรโดยสารมา 1 ปีแล้วทำไมไม่เคยเห็นพนักงานขายแจกใบนี้ให้ข่าวสารข้อมูล ที่สำคัญคือไอ้ใบประชาสัมพันธ์นี้อยู่ด้านในที่พนักงานหยิบได้เท่านั้น คือไม่มีเอามาวางข้างนอกให้เราหยิบดูอ่ะ …เราบอกว่าไม่เห็นเคยรู้เรื่องจะได้เอาไปเขียนเมลล์บอกต่อ พนักงานบอก เชิญค่ะ ..โห ท้าทายแบบนี้ชอบเจงๆ
เราบอกจริงๆแล้วตอนที่เราซื้อบัตร พนักงานขายควรจะถามว่ามีใบนี้หรือยัง ถ้าไม่มีก็ควรจะให้ ไม่ใช้เอาไปเก็บไว้ซะมิดชิด (คงเอาไว้ชั่งกิโลขายม้างงงง กูละเบื่อ) พนักงานก็กวน (ประสาท ส้นเท้ามาก) บอกว่า 41 บาทค่ะ เราก็หยิบให้ 40 แล้วเอากระเป๋าใส่เหรียญมาจะหยิบให้อีก 1 บาท น้องแกก็บอกว่า ขาด 1 บาท เราบอกเดี๋ยวหยิบอยู่ แล้วที่นี้พี่พนักงานอีกคน 1 เดินมาคุยกับเรา เค้าก็พูดจาดีนะ เราก็คุยกับเค้าว่าเออพี่น่าจะมีแจ้งนะซื้อตั๋วมาปีนึงแล้วไม่เห็นรู้เรื่อง เลย ไอ้น้องเวรนั่นพูดอีก ขาดบาทนึง เราเลยบอก ก็บอกว่าหยิบอยู่ไม่เห็นหรือไง (นึกในใจ อีโง่....แม่งให้ไป 40 แระอีกบาทเดียวคงไม่ชักดาบหรอก)
ช่วยกันฟอร์เวิร์ดต่อๆกันไปละกันนะ จะได้ไม่เสียค่าโง่นะค้าบบบบ ถ้าเมลล์นี้ไปถึง บมจ. รถไฟฟ้ากรุงเทพ ได้จะดีมาก เค้าจะได้เอาใบนี้ออกมาให้คนโดยสารหยิบได้...ไม่ต้องถูกมัดมือชกแบบนี้ ..อันนี้โฆษณาให้ไม่คิดเงินนะเนี่ย ไหนๆนักงานเค้าก็ท้าทายมาแระ เราก็เสียเวลาเขียนซะหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยว MRT จะมีรายได้ค่าเบี้ยปรับมากเกิน งบประมาณที่ตั้งไว้อ่ะ
ไม่รู้ BTS เป็นแบบเดียวกับ MRT ป่าวนะลองเช็คดูละกันนะจ๊ะ

ข้อคิดี ๆ ตั้งใจอ่านนะ

ภรรยา 4 คน
ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน

ภรรยาคนที่ 1
เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร
เขาหาให้ทุกอย่าง

ภรรยาคนที่ 2
เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่ง
ทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้
และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ

ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว
ภรรยาคนที่ 4
เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลย ด้วยซ้ำ

ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรง
และถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้าน
เพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง
ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหา
ภรรยาคนที่ 1
เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง
และถามภรรยา คน ที่ 1 ว่า

" ถ้าเขาต้องตายภรรยาคนที่ 1
จะทำอย่าง ไร? "

ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า
“ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน”

คำตอบที่ได้รับ
เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง
เขารู้สึกเจ็บปวด และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
นึกเสียดาย ว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย

จากนั้นเขาก็ ไปหา
ภรรยาคนที่ 2
ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า

ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 2
จะทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 2
ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉย ว่า
" ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่ "

เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขา อย่างจัง
เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา
เขาไม่ควร ทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน

เขาเดินคอตกมาหา
ภรรยาคนที่ 3
เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถาม ภรรยา คนที่ 3 ว่า

"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 3
จะทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 3
ตอบว่า
"ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง "

ทำให้เขาคลายความ เศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง
อย่างน้อยก็ ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา

ก่อนกลับไปรับโทษ
เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงไปหา
ภรรยาคนที่ 4 และถามว่า

" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4
จะทำอย่าง ไร?"

ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า
" ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไป ด้วย "

แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก
เพราะ...มัน สายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่
เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย
แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร
และเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไป ด้วย.....


เราทุกคนก็ มีภรรยา 4 คน นี้
มีคำถามว่า
ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? คิดกันก่อนนะ แล้วค่อยเฉลย...

ทีนี้เรามาดูกันว่า
ภรรยาคน ที่ 1, 2, 3 และ 4
เป็นใครกันบ้าง


ภรรยาคน ที่ 1
ร่างกายของเรา
เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่
เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่งทุกอย่าง
อยากได้อะไรก็หาให้
แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา
เมื่อเราตาย
ร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้
ท่อนหนึ่งเท่านั้น


ภรรยาคน ที่ 2
ทรัพย์สมบัติ
เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่
เราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มันมา
แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา

แต่ไปเป็นของคนอื่น

ภรรยาคนที่ 3
พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง
เพราะพอเราตาย
เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้
แปลว่า
เขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น


ภรรยาคนที่ 4
บุญกับบาป
เมื่อเราตายไป
เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้
มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้น

ที่จะตามเราไป
.....

ความเห็นผู้ส่ง
เห็นไหมว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ที่สุดสำหรับชีวิต
แต่เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งคิดว่าเงินไม่สำคัญ
สำคัญ … แต่
ไม่สำคัญที่สุดเท่านั้นเอง

อย่าลืม…ยังมีเรื่องอื่น
ที่สำคัญกว่าเงินอีกเยอะ

เก้าคำกำกวมของผู้หญิง (Nine words women use)

1. ดี ,โอเค : คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียง ตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ

2. ห้านาทีนะ : ถ้าหล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาที ถ้าเธอเพิ่งยอม

ให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไป ช่วยเธอทำงานบ้าน

3. ไม่มีไร : นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า "มีอะไร" แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย

การโต้เถียงที่เริ่มด้วย "ไม่มีไร" มักจะไปจบลงที่ "ดี ,โอเค"

4. ก็เอาดิ ,เอาเลย : นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด !

5. ทำเสียง ชิ ,ฮึ ,จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ : มัน มีความหมายแน่นอน แต่ภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด

เสียงพวกนี้หมายความว่า เธอกำลังคิดว่าคุณ แม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลา

ยืนเถียงกับคุณเรื่อง "ไม่มีไร" แบบนี้ทำไม (กลับไปดู "ไม่มีไร" ที่ข้อ 3)

6. ไม่เป็นไร : นี่คือสถานะอันตรายสุด ๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว "ไม่เป็นไร" แปลว่า เธอต้องคิด

ดูก่อนอย่างนานและอย่างหนักว่า คุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้

7. ขอบคุณ : ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดี ๆ

(แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า "ขอบคุณมาก" อันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย

อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ "เออ เอาเหอะ")

8. เออ เอาเหอะ : เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า ไอ้เหี้ย !

9. อย่าห่วงเลย ,อือ เข้าใจละ : อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่า นี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณ

ทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า "เป็นไรอะ" แล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.




ปล. - ส่งให้ผู้ชายทุกคนที่คุณรู้จัก เขาจะได้เลี่ยงอันตรายจากการโต้เถียง ถ้าเขาจำความหมายเหล่านี้ได้.

- ส่งให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก เธอต้องฮาแน่ ๆ เพราะเธอรู้ว่ามันจริงทั้งนั้น !!